HOT Flix

บื้องต้น ธปท.มีการออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์การจัดชั้นลูกหนี้เอสเอ็มอีกลุ่มนี้ ถึงสิ้นปี 2563 (Stand stell) เพื่อให้ลูกหนี้สามารถใช้เวลาช่วงที่เหลือ หลังจากหมดมาตรการพักหนี้เอสเอ็มอีเป็นการทั่วไป 22ต.ค.นี้ ไปจนถึงสิ้นปี ในการเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ต่างๆกับสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยไม่ให้ลูกหนี้เหล่านี้กลายเป็นหนี้เสีย และเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้แบงก์เร่งดำเนินการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้

โดยหากลูกหนี้ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หรืออาจจ่ายได้บางส่วน ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีมาตรการในการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้น เพียงพอในการกลับมาชำระหนี้ระดับปกติได้ เช่นการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อไม่ใหม่กลายเป็นเอ็นพีแอล และอาจมีมาตรการอื่นๆตามความเหมาะสมต่อไป เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ

ทั้งนี้ ท้ายที่สุด หากลูกหนี้ไปไม่ไหว รายได้ยังไม่กลับ ธนาคารพาณิชย์ก็สามารถพิจารณาพักหนี้ให้ลูกหนี้เป็นการเฉพาะเป็นรายกรณีได้อีกไม่เกิน 6 เดือนในเบื้องต้น นับจากสิ้นปี 2563 จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. 2564 ได้ แต่หากลูกหนี้มีรายได้ และมีกำลังในการชำระหนี้ ธปท.ก็อยากให้กลุ่มนี้กลับมาชำระหนี้ ไม่ควรพอกหนี้ไว้ เพราะจะมีภาระดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาวปัจจุบัน ระดับหนี้เสียของธนาคารอยู่ที่ 4.03%ของสินเชื่อคงค้าง 1.5 ล้านล้านบาท ลดลงจากต้นปีบัญชีเมื่อสิ้นเดือนมี.ค.2563 ซึ่งอยู่ที่ 4.3%ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงการพักชำระหนี้และแม้ลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้าสู่โครงการพักหนี้ แต่ก็มีลูกค้าส่วนหนึ่งที่ยังชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยนับตั้งแต่ต้นปีบัญชี มียอดชำระหนี้เงินต้นประมาณ 4 หมื่นล้านบาท แต่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 30%

สำหรับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารนั้น ในปีบัญชี 2563 นี้ ธนาคารได้ปรับเป้าหมายลดลงจาก 6 แสนล้านบาท เหลือ 3.7 แสนล้านบาท สาเหตุหลักจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วประมาณ 1.7 แสนล้านบาท เชื่อว่า ทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *