HOT Flix

สถานการณ์โควิดในไทยยังแกว่ง แม้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวัน ตามรายงาน ศบค. จะ “ลดลง” ก็ตาม แต่ยอดติดเชื้อยังพุ่งทะลุหลักหมื่น และเสียชีวิตกว่าร้อยศพต่อวัน โดยยอดใน กทม.เริ่มทรงตัว “ติด-ตาย” ลดลง แต่ในต่างจังหวัดยังพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มใหญ่อีกเพียบ

ขณะที่หลายฝ่ายยังเป็นห่วงภาพรวม “ความจริง” ของการแพร่ระบาดโควิดในไทย ที่สถานการณ์ยังคงไม่นิ่ง ซึ่งอาจโดนเชื้อร้ายย้อนกลับมาเล่นงานได้อีกระลอก ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ไม่รอช้า เตรียมการเปิดประเทศระยะที่ 2 เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มอีก 5 จังหวัด ต.ค.นี้ ได้แก่ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ เชียงใหม่ 1 ต.ค.นี้ ส่วน กรุงเทพมหานคร เล็งชงเปิดเป็นคิวต่อไป 15 ต.ค. เพื่อหวังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่ามกลาง “ความเสี่ยง” โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ที่ยังฉีดวัคซีนเข็ม 2 ไม่ถึงเป้า 70%!!!

เริ่มนำร่องเปิดประเทศ 1 ต.ค.นี้
หลายคนคงมีคำถาม? โดยเฉพาะคนในจังหวัด ที่มีแผนจะเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว 1 ต.ค.นี้ ว่า ศบค.มีแผนจัดการและรับมืออย่างไร นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.สั่งการว่า ให้มองไปถึงฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ คือ ไตรมาส 4 ของทุกปี หรือไฮซีซั่น เพื่อดูว่าต้องเตรียมตัวกันอย่างไร ให้ไปดูในพื้นที่เพื่อประกาศพื้นที่นำร่อง คือ

1) พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจากโควิด หรือ “โควิดฟรีทัวริสต์แอเรีย แซนด์บ็อกซ์” ที่มีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นตัวอย่าง จึงมอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ไปร่วมกันพิจารณา เช่น พื้นที่เกาะ พื้นที่ที่มีสนามบิน
2) ต้องมีมาตรการป้องกันและควบคุมโควิดในพื้นที่นั้นๆ ต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ
3) มีขีดความสามารถในการรักษา โดยให้พิจารณาระยะแรกเป็นพื้นที่นำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป หากมีความพร้อมให้เปิดทดลองดำเนินการ ส่วนระยะที่สองอาจจะเป็นพื้นที่อื่นๆ อาจเป็นในช่วงระยะเวลา 15 ต.ค. หรือ 1 พ.ย. ไปแล้ว ที่อาจจะเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆ เช่น ทะเลในภาคตะวันออก ภูเขาในภาคเหนือ หากพร้อมให้ทดลองดำเนินการ

ททท.ย้ำระยะ 2 เปิด 4 จว.ตามแผนเดิม-กทม.ขยับ
ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายเปิดประเทศใน 120 วันของนายกฯ โดยได้เดินหน้าแผนระยะที่ 1 สำเร็จแล้ว คือ การทดลองเปิดพื้นที่นำร่องในรูปแบบ “แซนด์บ็อกซ์” ได้แก่ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก จ.พังงา เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จ.กระบี่ รวมถึงเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

ส่วนแผนระยะที่ 2 นั้น ขณะนี้ยังยืนยันเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ แม้จากเดิมได้วางไว้ว่า จะเปิดเพิ่มทั้งหมด 5 จังหวัด ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ แต่จากการประเมินความพร้อมในการฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 70% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น พบว่า มีแค่ 4 จังหวัดที่พร้อมเปิดได้ตามแผน ได้แก่ จ.ชลบุรี (พัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) จ.เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.ดอยเต่า) จ.เพชรบุรี (ชะอำ) และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)

ส่วน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เลื่อนออกไปเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 15 ต.ค.นี้แทน เนื่องจากต้องรอให้ฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 70% ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก่อน เพราะแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะถัดไปนั้น กำหนดว่าทุกพื้นที่ที่เปิดนำร่อง “จะไม่มีการกักตัว” นักท่องเที่ยวในห้องพัก โดยหากตรวจหาเชื้อภายในสนามบินเมื่อถึงประเทศไทยแล้วพบว่า ไม่มีเชื้อโควิด ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทันที ซึ่งเป็นการนำหลักการของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาใช้ในพื้นที่ เพื่อเป็นรูปแบบการเปิดประเทศต่อไป

เล็งเปิดระยะ 3 อีก 25 จว. 15 ต.ค.นี้
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถัดไปจะเป็นระยะที่ 3 ซึ่งกำหนดว่าจะเริ่มในวันที่ 15 ต.ค. 64 จากแผนล่าสุดจะเป็นการเปิดเพิ่มอีก 25 จังหวัด ดังนี้

ภาคเหนือ : จ.ลำพูน จ.แพร่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย จ.สุโขทัย
ภาคอีสาน : จ.อุดรธานี จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.อุบลราชธานี จ.เลย (เชียงคาน) จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา
ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี
ภาคตะวันออก : จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด
ภาคกลาง : จ.พระนครศรีอยุธยา
ภาคใต้ : จ.นครศรีธรรมราช จ.ระนอง จ.ตรัง จ.สตูล จ.สงขลา และ จ.พัทลุง
โดยการดำเนินทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความพร้อมของผู้ว่าราชการประจำจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หลายคนในพื้นที่เห็นชอบด้วย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด

ห่วงไทยเปิดประเทศ ผวาโควิดพุ่ง หวั่นเหมือนภูเก็ต

ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีการเดินหน้าเปิดประเทศ 1 ต.ค.ว่า ที่เป็นห่วงคือสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น และจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน การเปิดประเทศให้มีการท่องเที่ยวนั้น เป็นการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่อยากให้นำบทเรียนของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาประกอบการพิจารณาด้วย เพราะแม้ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ หากยกเลิกมาตรการกักตัวก็น่าเป็นห่วง เพราะการทำแซนด์บ็อกซ์หมายถึงการพิสูจน์จำลองเหตุการณ์บางพื้นที่เท่านั้น ไม่ใช่พื้นที่ทั้งหมด สามารถยกเลิก หรือแก้ไขได้ การเปิดประเทศที่ไทยกำลังจะทำถือว่าเปิดเร็วกว่าประเทศอื่นๆ การเปิดประเทศในต่างประเทศหมายความว่า ประเทศนั้นๆ ฉีดวัคซีนเกิน 70% แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *