HOT Flix

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” ในประเทศไทย พบว่าตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงทะลุแตะหลักหมื่นต่อวัน ทำให้ประชาชนหลายคนยังเกิดความวิตกกังวัล เนื่องจากหวั่นติดเชื้อร้าย กลัวจะกระทบต่อสุขภาพ หน้าที่การงาน และสิ่งสำคัญที่สุด คือ ชีวิต

แต่ใช่ว่าจะมีเพียงยอดผู้ติดเชื้อที่แตะหลักหมื่นในแต่ละวัน เพราะยอดผู้ป่วยที่รักษาตัวจนหายดีนั้น ก็ไม่น้อยหน้า เพิ่มขึ้นจำนวนมากเช่นกัน แต่ขึ้นชื่อว่าติดเชื้อโควิดมาแล้ว แม้จะรักษาจนหายดี ก็ไม่แคล้วมีเรื่องให้กังวลใจ เมื่อแพทย์หลายท่านออกมาพูดถึง “ภาวะลองโควิด” (Long COVID) ที่ผู้หายป่วยโรคโควิดอาจต้องเผชิญพญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก เผยว่า เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรักษาหายแล้ว จะมีอาการฟื้นตัวได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากเชื้อโควิดจะอยู่ในร่างกายประมาณ 10-14 วัน มากสุด 21 วัน แล้วแต่ร่างกายของแต่ละบุคคล แต่จะมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่ต้องเผชิญกับภาวะ “ลองโควิด” หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด โดยจะมีอาการต่อเนื่องมากกว่า 2 เดือนขึ้นไป และนานถึง 4-6 เดือน

สาเหตุของ “ภาวะลองโควิด”
เกิดจากภาวะอักเสบที่ยังหลงเหลือ หรือเกิดจากการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดลองโควิด ได้แก่ อายุ ซึ่งผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พบว่ามีภาวะลองโควิด หรือโรคประจำตัว เช่น ภาวะอ้วน, ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ คนไข้จึงรู้สึกอ่อนเพลีย

ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดลองโควิด คือ “ความเครียด” ซึ่งอาจเกิดจากความวิตกกังวลอันเนื่องจากความเจ็บป่วย หรือความเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อต้องถูกจำกัดบริเวณจากการกักตัวเป็นเวลานาน

นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา เผยว่า อาการของภาวะลองโควิด สามารถแสดงออกได้ทั้ง “ทางร่างกาย” และ “ทางจิตใจ” โดยผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกัน ไม่มีลักษณะตายตัว เช่น ไอ, มีไข้, ปวดศีรษะ, การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลง, เจ็บหน้าอก, หายใจไม่อิ่ม, เหนื่อยล้า, ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ, ท้องเสีย โดยเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และบางรายอาจมีอาการ วิตกกังวล, สมาธิสั้นลง หรือซึมเศร้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีแดง หรือผู้ป่วยที่มีอาการป่วยรุนแรง จะมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดสูงกว่าผู้ป่วยโควิดที่มีอาการน้อย เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงป่วยเป็นโรคโควิด-19 จึงส่งผลต่อเนื่องอาจยาวนาน 3-6 เดือนได้กว่าจะกลับมาเป็นปกติ รวมทั้งพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหอบหืด เป็นต้น

ประสบการณ์ตรง หนุ่มแข็งแรง หายป่วยแต่ร่างกายไม่เหมือนเดิม

คุณฟอร์ด หนุ่มพนักงานบริษัทวัย 25 ปี เล่าถึงสิ่งที่เผชิญหลังหายป่วยจากโรคโควิด-19 ให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดเชื้อโควิดและรักษาอยู่ที่บ้านตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2564 ตอนนั้นเป็นช่วงเริ่มมีการทำ Home Isolation ซึ่งผมจัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว แทบจะไม่มีอาการป่วยรุนแรง กระทั่งผ่านไป 14 วัน ตรวจร่างกายไม่พบเชื้อแล้ว จากนั้นก็กักตัวต่ออีก 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อหลงเหลือที่จะสามารถไปแพร่ให้กับคนอื่นได้อีก ก่อนที่จะกลับไปทำงานตามปกติแต่สิ่งที่พบหลังหายป่วย กลับรู้สึกว่าร่างกายไม่เป็นเหมือนเดิม จากเมื่อก่อนเป็นคนแข็งแรง วิ่งออกกำลังกายได้เป็นชั่วโมง เดินเช็กของ ยกของ ทำงานได้ตามปกติ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นคนเหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย ง่วงนอนมากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งเราก็ไม่ได้เดินทางไปตรวจร่างกาย เพราะคิดว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้หนัก แต่รับรู้ได้ว่า ร่างกายไม่เหมือนเดิม

แนวทางการรักษา “ภาวะลองโควิด”

พญ.เปี่ยมลาภ เผยต่อว่า เน้นการรักษาตามอาการเป็นหลัก ผู้ป่วยสามารถรอให้หายเองได้หากรู้สึกถึงอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง เช่น มีอาการไอ, เหนื่อย, หอบมากขึ้น หรือมีอาการทางระบบประสาทที่มีมากกว่าปกติ เช่น รู้สึกสับสน ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาต่อไปอีกทั้ง “การออกกำลังกาย” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกลับมาทำงานของร่างกายได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ รวมทั้งต้องอาศัยกำลังใจทั้งจากตนเองและคนรอบข้าง ทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อบรรเทาความเครียด ก็สามารถช่วยให้สุขภาพจิตที่ย่ำแย่อันเนื่องมาจากภาวะลองโควิดให้ดีขึ้นได้

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ผู้ป่วยภาวะปอดอักเสบรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด หลังจากอาการดีแล้ว กลับมีปัญหาหอบเหนื่อย และออกซิเจนต่ำนั้น อาการดังกล่าวเกิดจากความเสียหายของปอด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะลองโควิดโดยตรง หากแต่มีผลมาจากการทำลายเนื้อเยื่อ โดยภูมิคุ้มกันทำให้ปอดมีความเสื่อม และยังไม่ฟื้นตัวพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ เกิดภาวะพร่องออกซิเจนที่ทำให้เหนื่อยหอบ หรือเกิดจากการติดเชื้ออื่นซ้ำเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *