HOT Flix

“สูญเสียการได้กลิ่นและรับรส” เป็นอาการสำคัญที่แยกระหว่างโรคโควิด-19 กับไข้หวัดชนิดอื่นๆ ปัจจุบันมีโควิดสายพันธุ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จนต้องติดตามศึกษาอาการโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ระบาดอยู่ ล่าสุดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาในประเทศไทยกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นใกล้เคียงกับผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อัลฟา (หรือสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7)เข้าทดลองเล่นเพื่อศึกษาเกได้ง่ายๆ จึงควรศึกษาอาการโควิดเดลตาเบื้องต้นเพื่อติดตามอาการ

วันนี้ (9 ก.ค.64) หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศระบุว่าพบการระบาดของโควิดกลายพันธ์ “สายพันธุ์แลมบ์ดา” ที่พบครั้งแรกในเปรูเมื่อปีที่แล้ว โดยพบระบาดแล้วกว่า30ประเทศ รวมทั้งอังกฤษที่ระบุว่าพบผู้ป่วยแล้ว 6 คน สร้างความกังวลว่าสายพันธุ์นี้มีความอันตรายมากกว่าสายพันธุ์เดลต้า หรือ สายพันธุ์อินเดีย ซึ่ง นักวิจัยด้านไวรัสวิทยายืนยันว่ายังไม่มีข้อมูลใดบ่งชี้ว่าสายพันธุ์แลมบ์ดามีความน่ากังวลกว่า รวมทั้งเรื่องของการหลบหนีภูมิจากวัคซีน วันนี้เราจะไปทำความรู้จักโควิดสายพันธุ์นี้อีกครั้งข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวทดลองเล่นที่มีทั้งคาสิโนสด บาคาร่าและแบล็คแจ็คออนไลน์ ของออสเตรเลีย ระบุว่า อังกฤษพบไวรัสโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา หรือ C.37 และมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว 6 คน ทำให้บรรดานักวิจัยแสดงความกังวลว่าโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา อาจแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า หรือ สายพันธุ์อินเดีย และขณะนี้พบการระบาดแล้วกว่า 30 ประเทศ

โควิดสายพันธุ์เดลต้าคืออะไร
โควิดสายพันธุ์เดลต้า (Delta) หรือที่เรารู้จักในชื่อ โควิดสายพันธุ์อินเดีย ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ B.1.617.2 พบครั้งแรกในประเทศอินเดียและเป็นที่น่าจับตามองในประเทศไทย ณ เวลานี้ เพราะนอกจากจะพบสายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีการพบการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้า พลัส (Delta Plus) ที่มีการกลายพันธุ์บริเวณหนาม K417N ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย และหลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ดี

โควิดสายพันธุ์เดลต้ามาจากไหน
โควิดสายพันธุ์เดลต้าเกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศอินเดีย ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดไปหลายประเทศ เช่น อังกฤษ จีน สหรัฐอเมริกา และไทย เป็นต้น ซึ่งในส่วนของประเทศไทยพบการระบาดในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจากแคมป์คนงานหลักสี่

โควิดสายพันธุ์เดลต้ามีอาการอย่างไร
ถึงแม้เชื้อโควิดจะมีหลายสายพันธุ์ แต่โดยมากแล้วอาการที่แสดงออกมามักใกล้เคียงกัน เช่นเดียวกับโควิดสายพันธุ์เดลต้า จะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา คือ ปวดศีรษะ เจ็บคอ และมีน้ำมูกไหล ส่นใหญ่ไม่ค่อยพบการสูญเสียการรับรส ด้วยอาการที่กล่าวมานั้น จึงทำให้เป็นอาการที่อาจสังเกตได้ยาก หรืออาจทำให้ผู้ป่วยคิดไปเองว่าตนเองไม่ได้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า ดังนั้น เมื่อมีไข้ไม่สบายให้คอยสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการอื่นๆ ที่เข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 ให้รีบพบแพทย์ทันที

โควิดสายพันธุ์เดลต้าติดง่ายจริงหรือไม่
ในเบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ (อัลฟา) สามารถแพร่กระจายเชื้อได้เร็วกว่าเชื้อโควิดปกติประมาณ 50% แต่สำหรับโควิดสายพันธุ์เดลต้านั้นจะแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษประมาณ 60% อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเปิดเผยว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถลอยตัวอยู่ในอากาศ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายได้แม้ไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วย หรืออยู่ใกล้ผู้ป่วยตลอดเวลา

ในส่วนของวัคซีนซิโนแวคนั้น มีการยืนยันจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยว่า บริษัท ซิโนแวค ยังไม่มีผลการทดลองเล่นที่ยืนยันได้ว่าสามารถป้องกันโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนชนิดนี้ต่อสายพันธุ์อังกฤษนั้นน้อยกว่าวัคซีนชนิดอื่น จึงอาจมีแนวโน้มว่าจะสามารถป้องกันการกลายพันธุ์สำหรับสายพันธุ์เดลต้าในประสิทธิภาพที่น้อยด้วยเช่นกันแม้ว่าจะมีวัคซีนแค่บางชนิดที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ แต่การได้รับวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็สามารถลดอาการรุนแรงของการติดเชื้อได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนในตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราทุกคนควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และไม่ไปแหล่งชุมชนแออัด เพียงเท่านั้นก็ป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ในระดับหนึ่งด้วยตัวเราเองแล้ว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *