HOT Flix

สมุทรสาคร ป่วยโควิด-19 พุ่งไม่หยุดติดเชื้อใหม่ 1,279 ราย ตาย 7 ราย ยอดสะสมทั้งจังหวัดทะลุ 54,762 ราย ด้าน นพ.สสจ.ชี้แผนเชิงรุกต้องเข้าถึง และครอบคลุม

สมุทรสาครเป็นจังหวัดชายทะเล ตั้งอยู่ปากแม่น้ำท่าจีน หลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมุทรสาครเดิมเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีชาวจีนนำเรือสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าและได้พักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่า บ้านท่าจีน ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2099) ได้โปรดให้ยกฐานะบ้านท่าจีนขึ้นเป็น เมืองสาครบุรี เพื่อเป็นหัวเมืองสำหรับเรียกระดมพลในช่วงสงคราม และเป็นเมืองด่านหน้าป้องกันผู้รุกรานทางทะเล

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงโปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็น เมืองสมุทรสาคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีพระราชดำริที่จะทรงปฏิรูปการปกครองบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นมณฑลเทศาภิบาล และมีพระราชดำริที่จะสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่น โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบสุขาภิบาล และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 มีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาล โดยเรียกว่า สุขาภิบาลท่าฉลอม ถือได้ว่าเป็นสุขาภิบาลที่ตั้งขึ้นในหัวเมืองเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) (พ.ศ. 2459) โปรดเกล้าให้ทางราชการเปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ทั่วทุกแห่งในพระราชอาณาจักร “เมืองสมุทรสาคร” จึงได้เปลี่ยนเป็น จังหวัดสมุทรสาคร มาจวบจนปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.64 สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. (4 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,279 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 402 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 877 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 641 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 236 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 54,762 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 31,925 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 22,672 ราย และ ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 7 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 165 ราย

นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า สำหรับความสำคัญเร่งด่วนที่ต้องทำในสถานการณ์ตอนนี้ ประเด็นแรก คือเรื่องของการให้เข้าถึงการตรวจ เพื่อตรวจให้ทั่วถึง ร่วมกับการประเมินกลุ่มเสี่ยง คือกลุ่มเปราะบาง ทั้งอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง หรือหญิงตั้งครรภ์ ตรงนี้ที่จะพยายามทำในเชิงของการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ทุก ๆ อำเภอ ซึ่งมี 2 อำเภอหลักที่ยังต้องเข้าถึงให้มากที่สุด คือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร และอำเภอกระทุ่มแบน ส่วนอำเภอบ้านแพ้ว คิดว่าความเบาบาง หรือปัญหาของโรคโควิด-19 มีการดูแลอย่างมีคุณภาพอยู่แล้ว

สำหรับอำเภอเมืองฯ มีการวางแผนร่วมกันมีการตรวจเชิงรุกในแต่ละตำบล เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางเข้าถึงเรื่องของการตรวจ และก็การได้รับวัคซีน ตรงนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องทำ ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องของการเชื่อมโยงเครือข่ายการดูแลรักษาผู้ป่วย ตั้งแต่ระดับโรงพยาบาลสนาม ระบบการแยกกักแบบกักตัวที่บ้าน หรือ HI (Home Isolation) โรงพยาบาลสนามในชุมชน หรือ CI (Community Isolation) และโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ หรือ FAI (Factory Accommodation Isolation) หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องของหน่วยโรงพยาบาลหลักที่จะต้องช่วยดูแล เพราะตอนนี้เครือข่ายของเราค่อนข้างมีอยู่จำนวนมาก และหลายส่วนก็เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกเอกชน ซึ่งตรงนี้ก็ยังต้องดำเนินการพัฒนาให้เป็นรูปธรรมว่า โรงพยาบาลใดจะช่วยดูแลสถานที่แต่ละระดับอย่างไร เนื่องจากเป็นข้อจำกัดในจำนวนผู้ป่วยมีมากขึ้น เราต้องสร้างระบบตรงนี้ให้ชัดเจน แล้วก็มีการพูดคุยปรึกษาให้สามารถจะดูแลได้ รวมถึงการจัดระบบให้คำปรึกษา การจัดยา เช่น ฟ้าทะลายโจร หรือยาฟาวิพิราเวียร์ ให้สามารถจะมีทั่วถึงและรักษาได้อย่างรวดเร็ว.

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *