HOT Flix

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมถูกนำมาใช้ทั่วโลก และมีความเป็นไปได้ว่างานบางอย่างอาจมีหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่มากขึ้น โดย Martin Ford นักอนาคตวิทยา มองว่า ในปี 2564 ความต้องการใช้หุ่นยนต์จะสูงขึ้น

นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เพียงกำเนิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันของผู้คนเท่านั้น แต่ในหลายสถานการณ์ นวัตกรรมยังเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือชีวิตของมนุษย์ด้วย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ได้ระดมความคิดร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาและผลิตนวัตกรรมต่างๆ ไปจนถึงหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าในหลากหลายรูปแบบ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อพาคนไทยฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ในที่สุด วันนี้เราจึงได้มีโอกาสเห็นผลผลิตจากความคิด ผ่านนวัตกรรมที่น่าทึ่งและโดดเด่นอย่างมาก

เพราะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หรือผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีความสำคัญมาก เตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแบบพิเศษจึงจำเป็นสำหรับสถานการณ์นี้ เออาร์วี และ ปตท.สผ. จึงได้พัฒนาต่อยอดเตียงแรงดันลบ จนเกิดเป็นนวัตกรรมเตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ แบบ 3 in 1 เพื่อให้ทำงาน 3 หน้าที่ในเครื่องเดียว นั่นคือ สร้างแรงดันลบ กรองอนุภาค และฆ่าเชื้อโรค โดยมีกล่องเครื่องกำเนิดแรงดันลบ ที่ปรับความดันอากาศที่ดูดเข้าไปภายในเตียง หรือรถเข็นที่ติดตั้งแคปซูล ให้ความดันอากาศภายในต่ำกว่าอากาศภายนอก อากาศภายในจึงไม่ไหลออกสู่ภายนอก ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกไป นอกจากนี้ตัวเครื่องยังติดตั้งแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA Filter) ที่สามารถกรองอนุภาค ระดับ 0.3 ไมโครเมตร หรือขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ 100 เท่า ได้ถึง 99.99% เอาไว้ด้วย ขณะเดียวกันก็มีหลอดไฟ UV-C ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ด้วยเหตุนี้อากาศที่ถูกปล่อยกลับออกสู่ภายนอก จึงมีความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อ

หลักการเดียวกันนี้ได้นำไปสู่การพัฒนาเครื่องกำเนิดแรงดันลบแบบเคลื่อนที่ขึ้นด้วย โดยนำไปติดตั้งร่วมกับกล่องทำหัตถการ เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยติดเชื้อเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย เครื่องกำเนิดแรงดันลบนี้ยังออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งพลังงานจากแบตเตอรี่ รวมถึงใช้งานด้วยระบบไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ห่างไกล ปัจจุบัน ปตท.สผ. ได้มอบเตียงและกล่องทำหัตถการแรงดันลบ ให้แก่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่อนำไปส่งต่อให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ขณะเดียวกันก็มอบเตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบให้โรงพยาบาลศิริราช เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยต่อไป

พื้นที่ที่ปราศจากเชื้อโรคมีความสำคัญอันดับต้นๆ ภายในโรงพยาบาลและสถานบริการทางการแพทย์ต่างๆ ทั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มารับบริการ ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์ จากความสำคัญนี้เองที่นำไปสู่การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถจัดการกับเชื้อโรคต่างๆ ในพื้นที่ได้แบบอยู่หมัด โดยนวัตกรรมที่เข้ามาทำหน้าที่สำคัญนี้ คือ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีซี ในชื่อ ‘เอ็กซ์เตอร์ไลเซอร์’ (Xterlizer) โดย เออาร์วีพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ด้วยแสงอัลตราไวโอเลตซี (UV-C) ซึ่งฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในพื้นที่ขนาด 25 ตร.ม. ภายในเวลาเพียง 5 นาที เรียกว่าตอบโจทย์อย่างมากในสถานการณ์ที่ความสะอาดคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง

เอ็กซ์เตอร์ไลเซอร์ (Xterlizer) น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จะได้เห็นหน้าค่าตากันมากขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแค่ในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงสถานที่อื่นๆ อีกมากในชีวิตประจำวัน โดยวันนี้ เออาร์วี ในฐานะผู้คิดค้นและพัฒนา ยังได้ออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนที่และปฏิบัติงานแบบไร้สายได้โดยอัตโนมัติ แถมยังหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เอง นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์อินฟราเรดตรวจจับความเคลื่อนไหว โดยจะหยุดปล่อยแสง UV-C ทันทีหากพบการเคลื่อนไหว ทำให้การใช้งานมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ผิดนักหากหลายคนในที่นี้จะกำลังจินตนาการถึงพื้นที่อื่นๆ ที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยมี เอ็กซ์เตอร์ไลเซอร์ (Xterlizer) ทำหน้าที่นั้นอยู่ด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *