HOT Flix

องค์การเภสัชกรรมได้นำเข้าวัถตุดิบผลิตยาฟาวิพิราเวียร์มาจากประเทศจีน และเร่งศึกษาเพื่อพัฒนาให้ได้สูตรที่ไม่ติดลิขสิทธิ์ เพื่อในอนาคตประเทศไทยจะได้ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อใช้ต้านโควิด-19 ได้อย่างเพียงพอกับความต้องการ ผลการวิจัยจำนวนมากในวารสารทางการแพทย์ยืนยันว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ให้ผลต่อต้านไวรัสได้ดี ยาตัวนี้เคยถูกนำมาใช้กับการรักษาไข้หวัดใหญ่ อีโบล่า และโรคติดต่อจากไวรัสอื่นๆ มาก่อนหน้าที่จะใช้เป็นยาต้านโควิด-19

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) กำลังอยู่ในการทดลองทางคลินิกเพื่อยืนยันว่าเป็นยาที่สามารถรักษาโควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกาปัจจุบันบริษัท Fujifilm ได้ดำเนินการทดลองใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ กับผู้ป่วย Covid-19 เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยากับโรค Covid-19 โดยเฉพาะยาฟาวิพิราเวียร์อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลญี่ปุ่น ยังไม่เคยถูกจำหน่ายให้แก่โรงพยาบาล หรือร้านขายยาทั่วไป ประเทศที่นำไปใช้งานเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างรัฐ ในส่วนของประเทศไทย ทางองค์การเภสัชกรรม ได้ดำเนินการนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์จากบริษัท Fujifilm Toyama Chemical ประเทศญี่ปุ่น และจากบริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical ประเทศจีน เพื่อกระจายแก่โรงพยาบาลต่างๆ

องค์การเภสัชกรรม เผยแผนขยายการผลิตยา “ฟาวิพิราเวียร์” ได้มากกว่า 40 ล้านเม็ดต่อเดือน ตั้งแต่ ต.ค.นี้ พร้อมเตรียมเปิดสายการผลิตที่ 5 ผลิตได้เดือนละไม่น้อยกว่า 160 ล้านเม็ดต่อเดือนนายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การฯ ได้เริ่มผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ที่มาจากการวิจัย พัฒนา และผลิตเอง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 ภายใต้ชื่อ ฟาเวียร์ (200 มิลลิกรัมต่อเม็ด) และได้มีการปรับแผนขยายการผลิตเพิ่มเพื่อลดการจัดหาจากต่างประเทศ โดยในเดือน ส.ค. 2564 จะดำเนินการผลิตแบบบรรจุแผง จำนวน 2.5 ล้านเม็ด และจะเพิ่มการผลิตแบบบรรจุใส่ขวด

ทั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุมัติแบบบรรจุขวด จาก อย. ภายในเดือน ส.ค. 2564 นี้ ในเดือน ก.ย. จะผลิตยาได้ จำนวน 23 ล้านเม็ด และตั้งแต่เดือน ต.ค. 2564 เป็นต้นไป จะสามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านเม็ดต่อเดือน

นอกจากนี้ องค์การฯ ได้มีการบริหารจัดการและปรับการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความรุนแรงของการระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ทั้งหมดจะมีการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ตามการบริหารจัดการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยกลุ่มภารกิจสำรองเวชภัณฑ์และส่งกำลังบำรุง และองค์การฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งกระจายให้โรงพยาบาลต่อไป

ทางด้าน ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (ด้านการผลิตยา) กล่าวว่า องค์การฯ มีแผนการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ที่โรงงานทั้ง 2 แห่ง โดยผลิตได้แล้วในโรงงานที่ถนนพระรามที่ 6 และโรงงานผลิตยาขององค์การเภสัชกรรมเองที่คลอง 10 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี คาดว่าจะเปิดสายการผลิตที่ 5 ในเดือนกันยายนนี้ มีศักยภาพสามารถผลิตยาได้ถึง 2,000 ล้านเม็ดต่อปี หรือเดือนละไม่น้อยกว่า 160 ล้านเม็ดต่อเดือน พร้อมนำมาปรับใช้สำหรับขยายกำลังการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้ถ้ามีความต้องการเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ในส่วนการผลิตยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น ยารักษาโรคเบาหวาน ยารักษาความดันโลหิต ยาลดไขมัน ที่องค์การฯ ได้ดำเนินการผลิตอยู่นั้นปัจจุบันมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นด้วย และกำลังการผลิตบางส่วนนำมาปรับใช้สำหรับการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ องค์การจะได้ทำการประสานกับ อย. และผู้ผลิตในประเทศเพื่อร่วมมือผลิต เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดหาจากต่างประเทศนั้นในเดือน ก.ค. 2564 ได้มีการจัดหาเข้ามาแล้วจำนวน 13 ล้านเม็ด และในเดือน ส.ค. จะเข้ามาเพิ่มอีก 43.1 ล้านเม็ด.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *