HOT Flix

วิบากกรรมเศรษฐกิจไทย จากที่เคยเป็นสกุลเงินที่แข็งที่สุดในเอเชียใน้วลาไม่เท่าไรก็กลายเป็นสกุลเวินที่อ่อนที่สุดแลแย่ที่สุด มันคือสัญญาณหายนะอะไรหรือไม่?ในช่วง 1 ปีของการระบาด มีเรื่องที่สถานการณ์กลับตาลปัตรอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก เราคิดว่าเราเอาอยู่กับการระบาดปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ปรากฎว่าเราเป็นหนึ่งในประเทศที่สาหัสที่สุด เรื่องสอง เงินบาทที่เคยแข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ในปีนี้มันกลายเป็นเงินสที่อ่อนค่าอย่างหนักทีสุดในภูมิภาค

เมื่อการระบาดหนักกำลังกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่ดีอันมีสัญญาณมาจากค่าเงินที่ทรุดอย่างหนัก ผลลัพธ์ก็คือเศรษฐกิจที่ถูกจัดอันดับใฟ้ฟื้นตัวช้าที่สุดในโลกย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อเงินบาทเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย บาทเริ่มแข็งค่าอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2562 ว่ากันตามหลักการแล้วการแข็งค่าของเงินน่าจะหมายถึงสัญญาณเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเช่นนั้น เพราะดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลและทุนสำรองต่างประเทศจำนวนมากรวมถึงท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ค่อนข้างจะใช้นโยบาย “สายเหยี่ยว” คือการตรึงดอกเบี้ยไม่ให้ต่ำมากจนกระทั่งปี 2019

ปัจจัยเหล่านี้เป็นเหตุให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น สองปัจจัยแรกนั้นทำให้นักลวทุนมองว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ ส่วนปัจจัยหลังทำให้นักลงทุนหันมาถือเงินบาทมากขึ้นเพราะดอกเบี้ยสูงช่วยให้การถือเงินบาทมีผลตอบแทนที่ดีขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่วยให้เงินบาทมีความแข็งแกร่งเงินบาทแข็งก็มีข้อดีในแง่ที่ทำให้การชำระหนี้ต่างประเทศมีต้นทุนต่ำลง แต่มันไม่ควรจะลากยาวเกินไป เพราะเมื่อเงินบาทแข็งค่านานข้ามปี มันทำให้สินค้าของไทยแพงขึ้นมาในตลาดโลก ทำให้การส่งออกของไทยแย่ลง จะไปแข่งกับใครก็ลำบาก

แม้ว่าพื้นฐานบางอยางของไทยจะดี แต่บางอย่างก็ไม่ดีสำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างไทยการแข็งค่าข้ามปีข้ามชาติเป็นหายนะโดยแท้รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งก็เช่นกันถ้าเงินบาทแข็งขึ้นมานักท่องเที่ยวก็จะใช้จ่ายน้อยลงด้วยเอาแค่ผลการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ยังแสดงให้เห็นว่า ทุกๆ 1% ที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จะทำให้ราคาส่งออกด้วยสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.3% จะเห็นว่ามันไม่ได้ต่อเศรษฐกิจของชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างบางคนเชื่อจนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงของการระบาดใหญ่แท้ๆ เงินบาทก็ยังแข็งค่าเป็นประวัติการณ์ จนทำให้กูรูบางคนเชื่อว่ามันจะแข็งยาวมาจนถึงปลายปี 2564

แต่แล้วก็เเรื่องพลิกผันเมื่อเงินบาทคอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงปลางปีนี้ จนกระทั่งเงินบาทเปลี่ยนสถานะจากหน้ามือเป็นหลังมือจาก best-performing currency มาเป็น worst-performing currencyช่วงที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้น (ต้นเดือนสิงหาคม) ค่าเงินบาทกำลังแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีเพราะความเชื่อมั่นในค่าเงินและเศรษฐกิจไทยทรุดลงเพราะการรระบาดที่ดูเหมือนจะเอาไม่อยู่ ทำให้แนวโน้มเศรษบกิจมืดมนลงด้วย ดังที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องหั่นคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงจากเดิม 1.8% เหลือแค่ 0.7%

มันมีเหตุให้ต้องคิดหนักมากกว่าประเทศอื่นที่เจอเดลตาเหมือนกัน อันที่จริงทั่วโลกเจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน แต่ทำไมมันถึงทำให้ไทยสาหัสกว่าชาวบ้าน และทำงเงินบาทที่เคยรุ่งเรืองกลายเป็นร่วงโรยเอาง่ายๆ?ตอนที่เงินบาทแข็งเราเถียงกันว่ามันดีหรือไม่ดีกันแน่ ตอนนี้พอมาอ่อนค่าลงและมีความเคลื่อนไหวที่แย่ที่สุดในภูมิภาค เราก็ยังเถียงกันว่ามันดีหรือไม่ดี

ตอนที่มันแข็งค่าที่สุดเราเถียงกันว่ามันจะกระทบภาคส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งมันก็กระทบจริงๆ และเห็นภาพชัดเพราะเป็นช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่แต่พอมันอ่อนค่าในตอนนี้ แทนที่จะช่วยภาคส่งออกและการเท่องเที่ยว มันกลับให้ผลตรงกันข้าม เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ได้ดีและอาจจะแย่ยาวไปอีกหลายเดือนเพราะการระบาดของเดลตา แถมการท่องเที่ยวก็ปิดตัวยาว ต่อให้เงินบาทต่ำลงอีกมันก็ไม่ได้ยั่วยวนให้คนเข้ามาเที่ยวไทยและเอาเงินมาถมช่วยเศรษฐกิจไทยเลย

ตรงกันข้าม การระบาดที่หนักหน่วงในตอนนี้เริ่มทำให้คนต่างชาติที่เข้ามาไทยอีกครั้งตอนที่เราควบคุมการระบาดคราวก่อนได้และคนที่เป็นเอ็กซ์แพตเริ่มทบทวนแล้วว่าควรจะอยู่ในไทยต่อหรือไม่ บางคนเก็บกระเป๋าออกจากไทยเรียบร้อยแล้วด้วยภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจสร้างเม็ดเงินเป็นพันล้านอย่างที่รัฐบาลคุยไว้ แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความเชื่อมันต่อเศรษฐกิจไทยดีขึ้นมาเลย ตรงกันข้ามการช่วยภูเก็ตได้ผลจำกัดจำเขี่ยมากหากนำเอาสถานการณ์ทั้งประเทศมาหักลบ

ตราบใดที่รัฐบาลยังล้คดาวน์กรุงเทพและอีกจังหวัดอีกนับสิบ ตราบนั้นต่อให้มีอีกกี่แซนด์บ็อกซ์ก็ไม่ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะจังหวัดที่ล็อคดาวน์นั้นมีสัดส่วนความมั่งคั่งคิดเป็นกว่าครึ่งของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ว่าแนวคิดเรื่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ดี เพียงแต่มันเอามาใช้คุยว่าประเทศไทยทั้งประเทศมีความหวังแล้วไม่ได้ตรงกันข้าม เมืองไทยของเรามีหวังจะเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบซ้ำซ้อนหนักเท่าๆ กับช่วงที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้มด้วยซ้ำ

นักเศรษฐศาสตร์บางคนชี้ว่าประเทศไทยกำลังจะเจอกับ Double-Dip Recession หรือภาวะถดถอยตามมาด้วยการฟื้นตัวในระยะสั้นตามด้วยภาวะถดถอยอีกครั้ง คล้ายกับกราฟของการฟื้นตัวจากการระบาดระลอกก่อนที่ดูเหมือนจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นคืนชีพแต่แล้วพอมาเจอกับเดลตาก็ทรุดลงอีกแนวโน้มของเงินบาทที่แย่ที่สุดในภูมิภาค (จากที่เคยดีที่สุด) และความเชื่อของนักเศรษฐศาสตร์บางคนที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ที่สุดในภูมิภาค มันสะท้อนประเด็นปัญหาได้2 เรื่อง

เรื่องแรก พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ว่าแกร่งๆ นั่น มีเสถียรภาพจริงหรือไม่? คำตอบข้อนี้อาจจะตอบให้มากกว่าสองคำตอบขึ้นอยู่กับมุมมอง เหมือนเมื่อตอนที่เงินบาทแข็ง มันมีเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพจริงๆ (คือดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลและทุนสำรองต่างประเทศจำนวนมาก) แต่ในแง่ของการการค้าการขายและปากท้องประชาชนนั้นดูจะไม่เฟื่องฟูสักเท่าไร เราจะเห็นว่าหนี้ครัวเรือนสูงจนน่าตกใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *