HOT Flix

หลังจากรอคอยกันมายาวนาน ในที่สุดการรับรอง “วัคซีนซิโนแวค” ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ถูกประกาศออกมา เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2564 หมายความได้ว่า วัคซีนที่ประเทศไทยมีอยู่ในมือขณะนี้ ได้รับการรับรองครบแล้วทั้ง 2 ยี่ห้อ หลายคนก็อาจจะพอเบาใจได้ในระดับหนึ่ง ว่าแต่… “ที่มาที่ไปของการรับรอง ‘วัคซีนซิโนแวค’ ครั้งนี้ WHO ประเมินจากอะไร

 

ก่อนอื่นนั้น คงต้องขอเอ่ยถึง “วัคซีนซิโนแวค” (Sinovac) กับเหตุผลเบื้องต้นของการประกาศรับรองการใช้ใน “ภาวะฉุกเฉิน” ของ WHO ที่ยืนยันตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า การรับรองวัคซีนซึ่งผลิตโดยบริษัทยา “ซิโนแวค” ที่มีสำนักงาน ณ นครปักกิ่ง ประเทศจีน ได้หารือถึงความปลอดภัย, ประสิทธิผล และการผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลเรียบร้อยแล้ว”โลกใบนี้มีความต้องการวัคซีนโควิด-19 ทดลองเล่นที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก เพื่อจัดการปัญหาการเข้าถึงอย่างไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก” หนึ่งในคำกล่าวของ ดร.มารีแองเจลา ซีเมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่แห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ในส่วนการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สาธารณสุขทั้งนี้ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ปัจจุบันมี “วัคซีน” ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองในมนุษย์มากถึง 100 ตัว ซึ่งมีการฉีดวัคซีนไปแล้วทั่วโลก 281 ประเทศ เขตปกครองพิเศษ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมกว่า 1,870 ล้านโดส โดยภายใต้โครงการ “โคแวกซ์” (COVAX) ดำเนินการจัดส่งไปแล้ว 77 ล้านโดส ใน 127 ประเทศ

ส่วนกรณีคนติดเชื้อโควิด-19 แล้วหายนั้น อย่างไรก็ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบโดส แต่หากในประเทศยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ สามารถรอได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งในช่วง 6 เดือนนี้ คาดว่ายังมีภูมิคุ้มกันหลงเหลืออยู่จากการติดเชื้อที่ผ่านมา แต่ไม่ได้แปลว่า ติดเชื้อโควิด-19 แล้วไม่ต้องฉีดวัคซีนอีก

ดร.ซุมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์แห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายเพิ่มเติมต่อข้อคำถาม “เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วนั้น ระยะเวลาประสิทธิผลอยู่ที่เท่าใด?” ของทีมข่าวเฉพาะกิจฯ ว่า ขณะนี้ การทำการทดลองทางคลินิกยังไม่มากพอ กว่าจะเห็นภาพชัดเจนน่าจะ 1 ปีขึ้นไป โดยบริษัทผู้ผลิตก็พยายามลองดูว่าจะต้องมีการฉีดเข็มกระตุ้นเมื่อไร และจำเป็นหรือไม่ หากจำเป็นลักษณะยาจะเป็นเช่นไร ชนิดเดียวกัน หรือผสมผสานได้ กำลังศึกษาอย่างต่อเนื่องสำหรับวัคซีนเชื้อตาย ต้องดำเนินการเก็บข้อมูล ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพในการเก็บข้อมูล ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับประเทศอื่นๆ ได้

สรุปแต่ละจังหวัดที่ได้วัคซีน

เดือนมิถุนายน

  1. กรุงเทพมหานคร : 2,510,000 โดส
  2. อุดรธานี : 246,000 โดส
  3. สมุทรปราการ : 237,000 โดส
  4. สกลนคร : 181,000 โดส
  5. นครราชสีมา : 147,000 โดส
  6. มหาสารคาม : 131,000 โดส
  7. สระบุรี : 118,000 โดส
  8. นครพนม : 114,000 โดส
  9. สุราษฎร์ธานี : 88,000 โดส
  10. อุบลราชธานี : 87,000 โดส

เดือนกรกฎาคม

  1. กรุงเทพมหานคร : 2,510,000 โดส
  2. นนทบุรี : 645,000 โดส
  3. ปทุมธานี : 624,000 โดส
  4. ชลบุรี : 556,000 โดส
  5. นครปฐม : 503,000 โดส
  6. สมุทรปราการ : 487,000 โดส
  7. สุราษฎร์ธานี : 427,000 โดส
  8. เชียงใหม่ : 419,000 โดส
  9. บุรีรัมย์ : 341,000 โดส
  10. กระบี่ : 266,000 โดส

เดือนสิงหาคม

  1. ชลบุรี : 746,000 โดส
  2. สมุทรปราการ : 592,000 โดส
  3. นครราชสีมา : 405,000 โดส
  4. ระยอง : 394,000 โดส
  5. นนทบุรี : 365,000 โดส
  6. ปทุมธานี : 354,000 โดส
  7. ฉะเชิงเทรา : 309,000 โดส
  8. ขอนแก่น : 289,000 โดส
  9. อุบลราชธานี : 284,000 โดส
  10. เชียงใหม่ : 238,000 โดส

เดือนกันยายน

  1. นครราชสีมา : 1,198,000 โดส
  2. ขอนแก่น : 841,000 โดส
  3. อุบลราชธานี : 791,000 โดส
  4. นครศรีธรรมราช : 734,000 โดส
  5. อุดรธานี : 717,000 โดส
  6. สุรินทร์ : 642,000 โดส
  7. สงขลา : 632,000 โดส
  8. ร้อยเอ็ด : 594,000 โดส
  9. เชียงราย : 538,000 โดส
  10. ศรีสะเกษ : 528,000 โดส

นพ.โสภณ ให้คำตอบว่า วันนี้เรามีวัคซีนจำนวนจำกัด แต่ศักยภาพในการฉีดของเราได้วันนึงหลายแสนคน ขณะเดียวกันมีการประมาณการว่าได้อย่างน้อย 5 แสนถึง 1 ล้านคน หากวัคซีนมาก็สามารถฉีดได้หมด จึงคาดการณ์ว่า วันที่ 7 มิถุนายน น่าจะได้ 5 แสนขึ้นไป

“สำหรับการจัดสรรวัคซีนจะมีการจัดสรรเป็นงวดๆ ของการส่งมอบวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิต เป็นระยะเวลา 4 งวดในเดือนมิถุนายน เพราะฉะนั้นก็จะส่งต่อให้กับโรงพยาบาลเป็นงวดๆ เหมือนกัน ในสัปดาห์นี้จะเริ่มส่งวัคซีนแอสตราเซเนกาจำนวนทั้งหมดประมาณ 2.4 แสนโดส ขณะเดียวกันก็จะมีวัคซีนแอสตราเซเนกาในช่วงท้ายสัปดาห์ ประมาณวันศุกร์หรือวันเสาร์ อีกประมาณล้านกว่าโดส ในขณะเดียวกันก็จะมีการส่งวัคซีนซิโนแวคอีกประมาณ 7 แสนโดส รวมๆ วัคซีน 2 ล้านกว่าโดส ที่จะจัดส่งไปช่วงสัปดาห์นี้”ขณะที่ นพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ก็เสริมความมั่นใจประชาชนด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนตัวไหนก็ตาม “แอสตราเซเนกา” หรือ “ซิโนแวค” ก็ล้วนมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง ดังนั้น ทดลองเล่นขอกระตุ้นให้ทุกคนที่มีสิทธิอยู่ในประเทศไทยลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *