HOT Flix

ต้องยอมรับว่า “คนไทย” ทั้งประเทศ เผชิญหน้ากับเชื้อไวรัส “โควิด-19” มานานตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยเจ้าโรคร้ายส่งผลกระทบอย่างกว้างขว้างในทุกด้าน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง คือ มีคนจำนวนมากที่ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่ทันได้กล่าวคำลา

ส่วนผลกระทบทางอ้อม คือ หลายคนเกิด “ภาวะความเครียดเรื้อรัง” ที่มาจากการต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเหตุการณ์จำยอม ทั้งเคอร์ฟิว การทำงานที่บ้าน การเรียนออนไลน์ และจำกัดการเดินทางเพื่อลดการติดเชื้อ โดยผลกระทบจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการปรับตัว ว่าใครจะปรับตัวกันได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถทำใจให้เป็นปกติยอมรับและปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะเกิดภาวะเครียด หรือความวิตกกังวล ขึ้นได้

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช เผยว่า ความเครียด (stress) คือ การตอบสนองทางสรีรวิทยา (physiological) และทางจิตวิทยา (psychological) ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่มาแบบไม่คาดคิด โดยสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งจากปัจจัยภายนอกร่างกาย และจากปัจจัยภายในร่างกาย ซึ่งจุดที่ต้องคอยระวัง คือ อย่าให้ตัวเองเครียดในระดับที่สูงเกินไป (toxic stress)

สำหรับความเครียด แบ่งเป็น 2 ประเภท

  • ความเครียดเฉียบพลัน (acute stress) มักเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เสียงดัง, สภาวะอากาศที่หนาวหรือร้อนเกินไป เป็นต้น แล้วส่งผลต่อร่างกายแบบกะทันหัน ร่างกายมีภาวะตื่นตัวต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความเครียด แต่โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะค่อยๆ ปรับสู่ภาวะสมดุลได้เอง
  • ความเครียดเรื้อรัง (chronic stress) เป็นความเครียดที่สะสมเป็นระยะเวลานาน และร่างกายไม่สามารถปรับสู่สภาวะสมดุลได้ด้วยตัวเอง หลายๆ ครั้ง เกิดจากเงื่อนไขทางด้านจิตใจที่ไม่สามารถขจัดออกได้ หรือขจัดออกได้ยาก หรือผู้ที่มีอาการนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ เช่น มีปัญหาในที่ทำงาน มีเรื่องที่หวาดกลัว, ค้างคาใจ, ปัญหาด้านความสัมพันธ์ หรือปัญหาในครอบครัว เป็นต้น

ในวงการด้านจิตวิทยา ได้มีการศึกษาว่า ความรู้สึกเครียดที่เหมาะสม มีข้อดีคือ ทำให้เกิดความมุ่งมั่นในการเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้น ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว ลุกขึ้นมารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และพร้อมรับมือกับภาวะโรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย แต่หากเกิดความเครียดเรื้อรัง และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงได้ขณะที่สาเหตุส่วนใหญ่ของความเครียด แบ่งได้เป็น 3 ข้อหลัก คือ 1. ทางด้านร่างกาย เช่น การอดอาหาร, การออกกำลังกายอย่างหักโหม และการเจ็บป่วยเรื้อรัง 2. ทางด้านจิตใจ เช่น ความรู้สึกผิด, ความหวาดกลัว และความวิตกกังวล 3. ทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น ความขัดแย้งในครอบครัว, การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว, การต้องปรับตัวกับสังคมใหม่ๆ ทั้งนี้ จะพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะเครียดได้ทั้ง 3 ด้านเลยทีเดียว

วิธีช่วยคลายความเครียด

  • ออกกำลังกาย สามารถทำที่บ้านได้ เช่น การทำโยคะ, การแกว่งแขน, การเต้นแอโรบิก เป็นต้น ทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข (Endrophine) ออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุข
  • ฟังดนตรีคลายเครียด หรือดูซีรีส์และหนังที่มีเนื้อหาไม่เครียด
  • บางคนอาจเหมาะกับการฟังเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตก, เสียงฝนตก (หาฟังได้ตาม YouTube) ซึ่งในปัจจุบัน มีหลายคนยอมรับว่าฟังเสียงชนิดนี้แล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้เป็นเวลา ตั้งเวลาเริ่มงาน และเลิกงานให้ชัดเจน (อย่าเอาเวลาพักผ่อนไปทำงาน)
  • คิดในแง่บวก มีทัศนคติที่ดี ฝึกฝนแนวคิดเชิงเติบโต (growth mindset)
  • ฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ ฝึกการหายใจลดความเครียด หรือนั่งสมาธิ
  • หาคนรู้ใจ หรือเพื่อนที่เราสามารถปรับทุกข์หรือพูดคุยด้วยได้ในยามที่เครียด
  • การเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลง เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ได้ผลในการลดความเครียดอย่างยั่งยืน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *