HOT Flix

เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่คนไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายประเภทต้องหยุดชะงัก อะไรที่เคยคิดว่าแน่นอน มาวันนี้กลับไม่แน่นอน คนที่เคยมีงาน มีเงิน กลับกลายเป็นคนไร้งาน ไร้เงิน ดิ้นรนหาทุกหนทางให้ตัวเอง และครอบครัวได้อิ่มท้อง เพื่อมีแรงต่อสู้หาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่วนหนึ่งก็เพื่อเอามาใช้หนี้ที่กู้ยืมมาทั้งในระบบ และนอกระบบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ จงอย่าได้แปลกใจว่า ทำไมถึงมีข่าวคนแห่ไปหน้าธนาคารเมื่อหลงเชื่อว่าจะมีการแจกเงิน ข่าวการฆ่าตัวตายหนีหนี้ ข่าวคนแห่ไปลงทะเบียนขอรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข่าวประชาชนสมัคร ม.40 เพื่อรับเงินเยียวยาจากประกันสังคม หรือแม้กระทั่งข่าวพี่น้องต้องแบ่งเวลาใช้โทรศัพท์เพื่อเรียนออนไลน์ เพราะทั้งบ้านมีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้จะโทษว่าเป็นเพราะโควิดอย่างเดียวไม่ได้ แต่เพราะประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกอณูของสังคม พอมีโควิดก็ทำให้เราได้มองเห็นปัญหาได้ง่ายขึ้น

แม้หลายคนพยายามตะเกียกตะกายพาตัวเองออกจากวิกฤติ แต่กลับกลายเป็นตกหลุมลึกยิ่งกว่าเดิม หลงเดินเข้าไปในธุรกิจสีเทา หรือตกเป็นเหยื่อของพวกแก๊งเงินกู้นอกระบบ ถ่ายคลิปลับของตัวเองเพื่อแลกกับการผ่อนจ่ายหนี้ กลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติเข้าไปอีก

พัชรี ไหมสุข หัวหน้าฝ่ายพิทักษ์สิทธิผู้หญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง บอกว่า สิ่งที่แม่เลี้ยงเดี่ยว และครอบครัวยากจนที่มีลูกเล็กๆ อยากได้มากที่สุดตอนนี้เลย คือ นมผง นมกล่อง สิ่งนี้เป็นอะไรที่ขาดแคลนมากๆ คุณลองคิดดูสินมผงสมัยนี้ไม่ใช่ถูกๆ กล่องหนึ่งก็เกือบ 500 บาท เด็กกินไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็หมดแล้ว แม่ๆ บางคนรายได้ไม่กี่ร้อยบาท พอมีโควิดรายได้หดหายเหลือเพียงไม่กี่สิบบาท จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อนมให้ลูกกิน พวกเขาเหล่านั้นจึงเลือกใช้นมข้นหวานชงให้ลูกกินไปก่อนเพื่อประทังชีวิต”ตอนนี้พี่อยากมีนมผง นมกล่องเยอะๆ อยากมีโกดังเลยนะ เพราะอยากจัดสรรให้แม่เลี้ยงเดี่ยว และครอบครัวที่ยากจนได้สิ่งของเหล่านี้กันทุกคน แต่ทุกวันนี้งบประมาณของมูลนิธิเพื่อนหญิงมีจำกัด การช่วยเหลือก็ต้องใช้เวลานาน เพราะเราต้องเลือกครอบครัวที่เขายากลำบากจริงๆ”

เมื่อเราถามหาถุงยังชีพที่หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน ช่วยกันแจกจ่ายนั้น พัชรี เล่าว่า กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว และกลุ่มคนที่มีลูกเล็กๆ เขามีความต้องการไม่เหมือนกับบุคคลทั่วไป ซึ่งนมผง นมกล่อง ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้สูงอายุ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร หรือปลากระป๋อง

ส่วนใหญ่แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือครอบครัวยากจนที่มูลนิธิช่วยเหลือดูแลอยู่นั้น มักเป็นกลุ่มที่กระจายตัวอยู่ในต่างจังหวัด เป็นกลุ่มประชากรแฝง กลุ่มย้ายถิ่นฐาน ซึ่งพวกเขาเป็นกลุ่มคนตกสำรวจ แน่นนอนถุงยังชีพ หรือ มาตรการเยียวยาต่างๆ จึงไม่ถึงพวกเขาหลายเคสที่เราเข้าไปช่วยเหลือ ก็จะพบความยากลำบากที่ไม่เหมือนกัน เช่น แม่เลี้ยงเดี่ยวที่อยู่โคราช ที่มีลูกเล็ก 2 คน เธอตกงานเพราะโควิดมาหลายเดือน จึงมาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิ และสิ่งที่ขอไม่ใช่เงิน แต่เธอขอเพียงนมสำหรับลูก และอาหารเพียงเล็กน้อย

“หลังจากเราช่วยเหลือไป คุณแม่คนนี้ก็ติดต่อกลับมาบอกว่า ดีใจมากๆ ที่ได้รับนมและอาหาร ตอนนี้พอจะหาหอย หาปลาไปขายได้บ้างแล้ว พี่ก็ถามกลับว่าขายได้กี่บาท ใจเราก็นึกนะว่าน่าจะขายได้หลายร้อย เพราะน้ำเสียงเขาดีใจจริงๆ ปรากฏว่าขายได้ 50 บาท ซึ่งถ้าพูดกันตรงๆ 50 บาท ยังไม่พอซื้อนมให้ลูกกินเลย แม้แต่จะซื้อผ้าอนามัยก็แทบจะไม่พอ จากที่ได้พูดคุยกันครอบครัวนี้ยากจนมาก แม้กระทั่งเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าก็แทบจะไม่มี แทบไม่ต้องถามหาชุดนักเรียนที่จะใส่ไปโรงเรียน”

พัชรี บอกอีกว่า ที่ผ่านมาเราพยายามเก็บข้อมูลแม่เลี้ยงเดี่ยวทั่วประเทศไทยผ่านเครือข่ายของมูลนิธิเพื่อนหญิง แต่ก็ต้องใช้เวลามาก เพราะเราต้องเช็กข้อมูลพื้นฐานหลายอย่าง ปัจจุบันแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องได้รับการดูแลจะเป็นคุณแม่ที่มีลูกอ่อน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกหลายคนและต้องดูแลผู้สูงอายุ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกพิการ และคุณแม่วัยใส ที่ต้องให้คำปรึกษาในหลายๆ เรื่องเพราะวุฒิภาวะเขาอาจจะยังไม่เพียงพอ

ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวหลายคนตกงานมาตั้งแต่โควิด-19 ระบาดรอบแรก พอจะออกหางานรับจ้างรายวัน โควิดก็ระบาดอีกรอบ หลายคนหอบหิ้วครอบครัวกลับไปอยู่กับผู้สูงอายุตามต่างจังหวัด แต่เราต้องเข้าใจบริบทสังคมไทยยุคใหม่ การทำอาชีพดั้งเดิมสมัยปู่ ย่า ตา ยาย ก็อาจจะต้องใช้เวลา หรือบางคนก็อาจจะทำไม่ได้เลยก็มี

“ถ้าถามว่าพวกเขาอยู่กันยังไงในสภาพเช่นนี้ หลายคนก็ไม่ได้งอมือเท้าอะไรที่พอทำได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ทุกคนก็ต่างดิ้นรนด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่างที่บอกสิ่งของบางอย่างจำเป็นต้องซื้อ เด็กกำลังกิน กำลังนอน นมผง นมกล่องขาดไม่ได้ กินไม่นานก็หมด”

พัชรี บอกอีกว่า นี่เรายังไม่นับรวมแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกหลายคนนะ เด็กๆ ในหลายพื้นที่ตอนนี้ก็เรียนออนไลน์ โทรศัพท์มีเครื่องเดียว แถมเงินเติมอินเทอร์เน็ตก็ไม่พอ บางคนรับจ้างได้วันละไม่กี่บาท บางคนตกงานรายได้เป็นศูนย์ ถามว่า พวกเขาเหล่านี้จะเอาเงินที่ไหนมาเติมเน็ตให้ลูกเรียนออนไลน์

“นโยบาย wifi ฟรีของรัฐบาลถือว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก แต่สภาพแวดล้อมและภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางทีตัวปล่อย wifi อยู่ข้างๆ บ้านเนี่ย แต่ปรากฏว่าสัญญาณมาไม่ถึง หรือบางพื้นที่บ้านแต่ละหลังอยู่ไกลกัน สัญญาณเน็ตไปไม่ถึงก็มี”

หากถามว่าสำคัญต้องมีอินเทอร์เน็ตไหม พัชรี ให้มุมมองว่า จริงๆ ควรจะมี หลายคนใช้อินเทอร์เน็ตในการหารายได้ เช่น ขายของออนไลน์ หาข้อมูล หาความรู้ต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเองไปต่อยอดหารายได้อีกทาง ที่สำคัญโครงการต่างๆ ของรัฐบาลส่วนใหญ่ก็ลงทะเบียนผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น ถ้าสิ่งเหล่านี้ส่งผ่านไปยังเขาได้ เชื่อว่าพวกเราจะเข้าถึงกลุ่มคนตกสำรวจได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ขณะเดียวกัน แม่เลี้ยงเดี่ยวในเมืองก็น่าเห็นใจเหมือนกัน บางคนเช่าห้องแถวอยู่กับลูกแค่สองคน เจ้าของห้องบางรายก็ไม่อยากให้เช่า เพราะกลัวคนอื่นๆ รำคาญเสียงเด็กอ่อน เราก็ถามกลับว่า แล้วทำยังไงตอนลูกร้อง แม่คนนี้ก็บอกว่า หนูก็พยายาทำไม่ให้ลูกร้อง ไม่อยากให้งอแง โชคดีที่ลูกหนูเข้าใจ รู้ว่าแม่ลำบาก ลูกก็ไม่ร้องไห้ พอเราได้ฟังก็เห็นใจ ก็อยากสื่อสารให้คนรอบข้างที่เห็นช่วยกันประคับประคองคนกลุ่มนี้ให้รอดไปด้วยกัน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *