ด้วยสถานการณ์โควิด19 ในระลอกใหม่นี้เพิ่มความทวีคูณอย่างมากและอาการก็แทบจะไม่แสดงออกมาเลย ทำเอาเดือดร้อนไปตามๆกันล่าสุดรัฐบาลเตรียมปิดสถานที่ต่างๆที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายแล้ว

เปิดไทม์ไลน์ ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 8 รายล่าสุด พบแม้จะมีสุขภาพแข็งแรง แต่อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วและมีอายุน้อยลง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (26 เม.ย.64) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2,048 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 57,508 รายเตรียมเข้าทดลองเล่นผ่านระบบออนไน์ได้ 24 ชม..ปลอดภัยอย่างแน่นอน และหายป่วยแล้ว 31,593 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 25,767 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสม 148 ราย

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวถึง กรณีเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ว่า จะสังเกตเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ตรวจพบการติดเชื้อระหว่างการกักโรค ทั้งยังมีอายุน้อยลง ระยะเวลาป่วย จนกระทั่งอาการทรุดลงค่อนข้างรวดเร็ว

ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่หลายฝ่ายเป็นห่วง ถึงคนไข้ที่รอเตียง และการให้กักตัวที่บ้าน เพราะผู้ติดเชื้อบางราย แม้จะมีสุขภาพแข็งแรง แต่อาการทรุดลงเร็วเกินไป ทำให้การช่วยเหลือที่โรงพยาบาล ค่อนข้างล่าช้าเกินไป

ไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด 8 ราย

ผู้เสียชีวิตรายที่ 141

ชายไทยอายุ 61 ปี จังหวัดปทุมธานี มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง มีปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตคือ สูงอายุ และโรคประจำตัว

  • วันที่ 17 เมษายน มีไข้ ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก
  • วันที่ 23 เมษายน พบเชื้อ
  • วันที่ 24 เมษายน เสียชีวิต เวลา 01.55 น.

ผู้เสียชีวิตรายที่ 142

ชายไทยอายุ 45 ปี อยู่ กทม. ปฏิเสธมีโรคประจำตัว เดินทางไปสถานที่เสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิต มีภาวะไตวายเฉียบพลัน

  • วันที่ 17 เมษายน มีไข้ ไอ หายใจลำบาก
  • วันที่ 19 เมษายน พบเชื้อ
  • วันที่ 24 เมษายน เสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตรายที่ 143

ชายไทย อายุ 24 ปี จังหวัดอุดรธานี ป่วยเนื้องอกหลอดน้ำเหลือง ปัจจัยเสี่ยง ร่วมงานเลี้ยง ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิต คือ โรคประจำตัว

  • วันที่ 22 เมษายน มีไข้ ถ่ายเหลว อาเจียน
  • วันที่ 24 เมษายน พบเชื้อ และเสียชีวิตเวลา 21.45

ผู้เสียชีวิตรายที่ 144

ชายไทย อายุ 92 ปี จังหวัดชัยภูมิ ป่วยหัวใจขาดเลือด ปัจจัยเสี่ยง ญาติมาเยี่ยมจากต่างจังหวัด ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิต คือ สูงอายุ โรคประจำตัว

  • วันที่ 19 เมษายน มีไข้ เจ็บหน้าอก
  • วันที่ 20 เมษายน พบเชื้อ
  • วันที่ 24 เมษายน เสียชีวิตเวลา 15.37 น.

รัฐบาลเตรียมปิดสถานที่เสี่ยงแล้วเริ่มตั้งแต่ 31 เม.ย เป็นต้นไป

1. โรงมหรสพ รวมถึงโรงภาพยนตร์ โรงละคร
2. สวนน้ำ สวนสนุก ทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า
3. สวนสัตว์
4. สถานที่เล่นสเกต หรือการเล่นในทำนองเดียวกัน
5. โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด
6. ลานโบว์ลิง ตู้เกม
7. ร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ต
8. สระว่ายน้ำสาธารณะ
9. สถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนส
10. สถานที่จัดนิทรรศการ ศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์ประชุม
11. พิพิธภัณฑ์
12. ห้องสมุดสาธารณะ
13. สถานที่รับเลี้ยงเด็ก ยกเว้น สถานรับเลี้ยงเด็กในสถานพยาบาล
14. สถานดูแลผู้สูงอายุ ยกเว้น สถานที่รับพักค้างคืนเป็นปกติธุระ
15. สนามมวยและโรงเรียนสอนมวย
16. โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้
17. สถานที่สักและเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหน่ึงของร่างกาย
18. สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ
19. สนามม้า
20. ศูนย์พระเครื่อง พระบูชา และสนามพระเครื่อง พระบูชา
21. สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก สถานเสริมความงาม คลินิกเสริมความงาม
22. สถานประกอบกิจกรรมเพื่อสุขภาพ นวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า
23. สนามแข่งขันทุกประเภท
24. สถานที่แสดงมหรสพ
25. สถานที่ให้บริการห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง รวมถึงสถานอื่นใดลักษณะเดียวกัน
26. ห้างสรรพสินค้า เปิดได้ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น.
27. ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม เปิดได้เฉพาะตัด สระ ซอย แต่งผม (ต้องไม่มีคนนั่งรอในร้าน)
28. สนามกีฬาทุกประเภท
29. สวนสาธารณะ ลานพื้นที่กิจกรรมสาธารณะ และสถานที่ออกกำลังกาย
30. ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น.
31. ห้ามจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เข้าค่าย การถ่ายภาพยนตร์และรายการทีวี กิจกรรมทางศาสนา การปฏิบัติธรรม การพบปะญาติผู้ใหญ่เกินกว่า 20 คน

(ส่วนร้านอาหารยังสามารถเปิดได้ตามมาตรการเดิมคือ เปิดได้ถึงเวลา 23.00 น. ทดลองเล่นและรับประทานอาหารในร้านได้ถึงเวลา 21.00 น. และเพิ่มมาตรการคือ ต้องเว้นระยะห่าง 2 เมตร หรือ 1 เมตรแบบมีฉากกั้น)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *