• เสาร์. ส.ค. 8th, 2020

กราบสวัสดีคุณผู้ชมด้วยนะครับ วันนี้ ผมก็มีหนังมานำเสนอ ท่านผู้ชมอีกแล้วนะครับ

ชื่อหนังเรื่องชีวิต 800 หนังเรื่องนี้นะครับสร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริงที่มาจากกระทู้พันธุ์ทิพย์

คือมีชายคนนึงที่เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯแล้วนั่งกดสล็อตฟรีครับ และเขาต้องใช้ชีวิตด้วยเงิน 800 บาททั้งเดือนนะครับ แล้วเขาจะอยู่ได้ยังไงไปรับชมผมสปอยลได้เลยนะครับ

วันจันทร์ที่ 14 มกราคมเริ่มเรื่องมาที่พงษ์เขานั่งรถไฟมาจากลพบุรี เพื่อหางานทำที่กรุงเทพฯ เพราะรถไฟจอด พงษ์ก็ต้องเริ่มเดินหางานให้ได้ในวันนี้ งานอะไรก็ได้ที่เขาจะรับ แถมพงษ์ต้องหาที่พัก และอยู่รอดให้ได้ครบเดือน มีคนบอกผมว่างานในกรุงเทพฯน่ะมีทำเยอะแยะ หาไม่ยากหรอก ถ้าไม่เลือกงานมันก็คงจริงเหมือนที่เขาว่าก็ได้ เพราะผมเดินหางานตามร้านต่างๆแต่ก็ไม่มีใครรับ ไม่ท้อเขาก็ยังเดินหางานต่อไปเรื่อยๆเพราะแถวนี้เป็นซอยลึก มีร้านค้า มีโรงงานอีกเยอะ พงษ์มีเงินติดตัวมา 1,000 บาท มันเป็นเงินก้อนสุดท้าย ของเขาจริงๆ คือเขาต้องได้งานวันนี้ และก็ต้องอยู่รอดให้ได้จนกว่าจะได้เงินเดือน เพราะมันไม่ใช่ชีวิตคนเดียวแต่ยังมีลูกชายตัวเล็กๆ และมีที่อยู่ในท้องกำลังรอเขาอยู่ ภาพย้อนไป ก่อนที่พงษ์จะนั่งรถไฟมากรุงเทพฯ เขาได้ไปขอยืมเงินจากพี่นาคนข้างห้อง ที่สนิทกัน พงษ์บอกกับพี่นาว่าเขาตั้งใจจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ถ้าเขายังอยู่เฉยๆแบบนี้ต้องแย่แน่ เขาอยากจะมาขอยืมเงินพี่นา 1,000 บาท เพราะสิ้นเดือนปุ๊บ เขาจะรีบเอาเงินมาคืนเลย พี่นาได้ฟังก็ตอบว่าเอาสิ พี่ก็พอมีอยู่แล้ว พี่นาก็เดินไปหยิบเงินมายื่นให้ ผมก็รีบไหว้ขอบคุณ

แถมพงษ์ยังขอฝากให้พี่นาดูแล เกี่ยวกับลูกตอนที่เขาไม่อยู่ พี่นาก็บอกผมว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวดูให้ผมได้ฟัง ก็โล่งใจแล้วยกมือไหว้ ขอบคุณพี่นะอีกครั้ง กลางดึกระหว่างที่ทั้งคู่นอนไม่หลับก็พูดบอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงแก้วนะ แก้วอยู่ได้ พี่นาแกก็อยู่พงษ์ได้ฟัง ก็บอกแกว่ายังไงก็อดทนไว้ก่อนนะ พงษ์จะไปหางานมาให้ได้ งานอะไรก็ได้ที่ได้เงินมาเคลียร์ให้ฟัง ก็ตอบผมว่า

งานอะไรก็ได้ แต่อย่าไปทำเรื่องไม่ดีก็แล้วกัน

แล้วพงษ์ก็บอกแก้วต่อว่าถ้าโทรหางานได้แล้ว มีเงินเดือนแล้ว เราย้ายไปอยู่กรุงเทพฯนะ พูดจบผมก็หอมหน้าผากแก้ว จากนั้นผมก็เข้าไปหอมละลูกชายในมุ้ง เช้ามืดคงก็เตรียมตัวจะไปนั่งรถไฟ เพื่อจะไปกรุงเทพฯ ออกมายืนตรงหน้าประตู ก็บอกลาแก้วกับลูกในท้องก่อน จะเดินน้ำตาคลอออกมา ภาพตัดกลับมาที่พงษ์กำลังนั่งพัก หลังจากเดินหางานมาครึ่งวัน แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับระหว่างนั้น ผมก็หาไม่เจอร้านคอมอีกฝั่ง ติดป้ายรับสมัครคนงาน เขารีบข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เดินเข้าไปในร้านก็เห็นเฮียนั่งอยู่

พงษ์ก็บอกเฮียไปว่าเขามาสมัครงาน เฮียก็เริ่มยิงคำถามใส่ผงว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ชื่ออะไร ทำอะไรได้บ้าง เป็นคนไทยหรือเปล่า พอพงษ์ได้ยินคำถามจากเฮีย มาแบบรัวๆ เขาก็รีบตอบเพียงแต่ว่าผมเป็นคนไทย ชื่อพงษ์ครับ ผมนั่งรถไฟมาจากลพบุรีมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ผมเดินหางานมาตั้งแต่ปากซอยหาไม่ได้เลย แต่เห็นป้ายติดหน้าร้านว่ารับสมัครคนงาน ผมก็เลยลองเดินเข้ามาถามดู แล้วพงษ์ก็บอกเฮียต่อว่า เขาซ่อมคอมเป็นเขาเคยทำอยู่ลพบุรี หรือว่าเฮียจะให้เขาทำอะไรอย่างอื่นก็ได้เขาทำได้ทุกอย่าง แล้วพงษ์ก็บอกเฮียต่อว่าเขาอยากได้งานจริงๆ เขาไว้ใจได้ เฮียได้ฟังก็บอกผมว่าเออ.. ตอบครบดี เคยทำก็ดี จ่ายตังค์แล้วก็เข้าไปนั่งสักพักผมก็เผลอหลับไป วันอังคารที่ 5 ตอนเช้าเด็กเฝ้าร้านเกม ก็เดินมาปลุก พรุ่งนี้ 10:00 ขึ้นมาดูจะตกใจเพราะ 7:20 น  แล้วเขารีบออกจากร้านเกม แล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำในปั๊มแต่ในห้องน้ำชายก๊อกน้ำมันเสีย พงษ์ไม่ต้องเปลี่ยนไปเข้าห้องน้ำหญิง พงษ์รีบแปรงฟันล้างหน้าล้างรักแร้ เพราะเสร็จก็รีบวิ่งไปทำงาน

เพราะผมเดินเข้ามาในร้าน เฮียก็ดูเวลาก็เห็นว่า พงษ์สายไป แต่บอกผมว่าตรงเวลาดี 8 โมงตรงแล้วเฮียก็ถามคำตอบว่าทำไมสภาพพงษ์ดูโทรมเหมือนเมื่อวานเลยแต่ผมยังไม่ทันจะตอบเฮีย ก็บอกให้พงษ์ไปซ่อมคอม ที่วางกองอยู่ ตอนพักกลางวัน เฮียก็เห็นว่าพงษ์ยังนั่งทำงานอยู่ เฮียเลยบอกให้พงษ์ไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ผมก็ตอบเพียงว่าครับ เดี๋ยวผมออกไปหาอะไรกินแถวนี้ แต่ก่อนที่พงษ์จะเดินออกไปเขาก็ขอเฮียกินน้ำกดน้ำกินไปหลายแก้ว ส่วนเฮียเขาเห็นก็ได้แต่สงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร จากนั้นผมก็หันไปบอกเฮียว่างั้นเดี๋ยวผมมานะครับ แล้วพงษ์ก็เดินออกไปคงเดินออกมาหาห้องพัก เขาเดินไปหาตามห้องพักให้เช่าแต่ก็ไม่มีที่ไหนให้เช่า เพราะคงไม่มีค่ามัดจำให้แต่เขา ก็ยังไม่ท้อยอมเดินหาห้องพัก ต่อจนมาเจอเจ๊เจ้าของห้องพัก นั่งอยู่คงเดินเข้าไปถามแกว่ามีห้องว่างให้เช่าไหมครับ เจ๊ก็ตอบว่าค่าเช่าเดือนละพัน มัดจำ 2 เดือนเข้าอยู่ได้เลยพงษ์ได้ฟังก็บอกเจ๊ว่าเขาไม่มีค่ามัดจำหรอก เจ๊ก็เลยบอกว่างั้นเอามาพันนึง ก็อยู่ได้เลย พงษ์เลยบอกเจ๊ไปตามตรงว่าทั้งตัวเขาเหลือตังค์อยู่ 800

พงษ์พูดแล้วก็หยิบตังค์ขึ้นมาให้เจ๊ดู พงษ์บอกเจ๊ว่าถ้าเขาจ่ายเจ๊ไป ก็คงไม่มีกินข้าวถึงสิ้นเดือน พูดจบผมก็ขอเจ๊ว่า ขออยู่ก่อนได้ไหม เจ๊ได้ฟังผมพูดก็สงสาร และผมเข้าอยู่ก่อนได้ผมก็ดีใจมาก รีบยกมือไหว้ ขอบคุณเจ๊แล้วรีบวิ่งกลับไป ทำงานต่อเพราะเลิกงานผมก็เดินกลับไปดูที่ห้องพัก สภาพห้องก็พออยู่ได้ เพราะผมเดินเข้าไปนั่ง ในห้องก็รีบโทรไปหาแก้ว แล้วบอกว่าเขาได้งานแล้ว ได้ที่พักแล้วด้วย พอคุยจบ พงษ์จะหยิบเสื้อผ้ามาห้อย และนับตังค์ที่เหลือ ตอนนี้เขาเหลือตังค์อยู่ 800 บาท พงษ์ต้องคิดว่าเขาจะใช้เงิน 800 บาทยังไงให้ถึงสิ้นเดือน เช้าวันพุธที่ 6  มี 800 บาท ที่ร้านคอมผมก็ไปทำงานปกติ ระหว่างนั้น เฮียก็เดินมาบอกพงษ์ที่นั่งซ่อมคอมอยู่ ว่าเฮียจะออกไปหาอะไรกิน พงษ์จะเอาอะไรไหม พงษ์ได้ฟังก็ตอบเพียงว่าไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับเฮีย แล้วพงษ์ก็บอกเฮียตอบว่าเดี๋ยวเขารีบซ่อมคอมให้เสร็จดีกว่า เฮียได้ฟังก็บอกว่าขยันเนอะ แต่ไม่จ่ายเบี้ยขยันนะเว้ย

พูดจบก็เดินออกไป ส่วนพงษ์ก็เห็นเฮียเดินออกไปแล้วก็รีบเดินไปกดน้ำกิน ตุนไว้ตอนนี้คงเหลือเงินอยู่ 800 บาท และต้องใช้เงินอยู่ให้ได้จนถึงสิ้นเดือน ผมก็คิดดูแล้วว่า 800 / อีก 26 วัน ก็ตกวันละ 30 บาท เขาได้กินข้าวได้แค่วันละมื้อ เพราะเลิกงาน พงษ์จะซื้อข้าวไข่เจียวกับน้ำ 1 ขวด ทั้งหมด 32 บาท เขาใช้เกินงบไปนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรเพราะว่าช้อนกับกล่องโฟมนี้ก็เก็บไว้มื้อหน้าได้ ส่วนขวดน้ำก็กดเติมครั้งละ 1 บาท แล้วก็หมดไปอีก 1 วัน เช้าวันพฤหัสบดีที่ 7  มีเงินอยู่ 768 บาท ผมก็มาทำงานที่ร้านคอม ปกติเพราะเพิ่งขายของได้ ก็ดึงเงินไปให้เฮีย เฮียก็บอกให้พงษ์เอาเงินไปเก็บที่เก๋ เพราะไว้ใจพงษ์ พอเลิกงานผมก็รีบกดกินน้ำตุนไว้ และรีบปิดร้านวันนี้อาหารเป็นหมูปิ้ง 2 ไม้ กับข้าว 1 ถุง เช้าวันศุกร์ที่ 8  มีเเงินอยู่ 738 บาท ระหว่างที่พงษ์กำลังนั่งทำงานตามปกติ โทรศัพท์ในร้านก็ดังขึ้น แล้วพงษ์ก็เดินไปรับสาย แต่ปลายเป็นเฮียโทรเข้ามา เผื่อบอกว่าวันนี้เฮียไม่เข้าร้านนะ พงษ์ได้ฟังก็มีเรื่องจะคุยด้วย เฮียบอกวันหลังค่อยคุยกันแล้วเฮียก็ตัดสายไป  พงษ์ก็เดินไปกดน้ำกิน

ตอนช่วงเย็นๆ ได้มีลูกค้าเข้ามาซื้อของเยอะมาก พอลูกค้าส่งตังให้พงษ์และอลูกค้าออกจากร้านไป  พงษ์ก็หยิบตังมานับอีก พอพงษ์เห็นเงินเยอะเขาก็คิดถึงแก้วกับลูกที่ยังลำบากอยู่

พงษ์หน้ามืดกับเงินในมือ แต่อยู่ก็เห็นหน้าแก้วลอยขึ้นมา กับคำพูดที่แก้วได้บอกกับเขาว่า งานอะไรก็ได้แต่อย่าไปทำเรื่องไม่ดีก็แล้วกัน

พงษ์เลยรีบเอาเงินเก็บเข้าเก๊ จังหวะนั้นเฮียก็ได้เดินเข้ามาในร้านพอดี เฮียเลยถามว่าพงษ์มีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย พงษ์ก็บอกเฮียไปว่า เขาอยากจะขอหยุดวันเสาร์เพิ่มอีก 1 วัน เพราะเขาอยากกลับไปหาลูกหาเมีย เฮียได้ฟังก็อนุญาตผมก็ดีใจมาก รีบยกมือไหว้ขอบคุณ ที่ป้องกันและแก้ไขปัญหา เราเห็นนักสู้หัวใจแกร่ง ที่กำลังต่อกลอนกับอนาคตที่ไม่มีใครรู้ โชคชะตา สร้างทางรอดด้วยสองมือ และนี่จะเป็นอีกหนึ่งตำนานหัวใจแกร่งที่ผ่านพ้นวิกฤตได้ และครั้งนี้ก็เช่นกัน Vivo ใหม่ พลังแกร่ง ปิดร้านเสร็จ พงษ์ก็รีบนั่งรถเมล์ฟรีไปลงที่หัวลำโพง แล้วก็นั่งรถไฟฟรีเที่ยวสุดท้ายตอน 4 ทุ่มกว่าๆ พอไปถึงก็เกือบเที่ยงคืน ระหว่างนั้นโครงการเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดอยู่ เขาเลยขอยืมจักรยานปั่นกลับไปที่บ้าน อีก 4-5 กิโลกรัมแล้ว เดี๋ยวเช้าวันจันทร์เขามา ขึ้นรถเที่ยวแรกไปกรุงเทพฯ เขาจะเอามาจอดคืนที่เดิม เจ้าหน้าที่ก็ตกลงให้ยืม พงษ์ก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณ และรีบปั่นจักรยานออกไป เพราะพรุ่งนี้ปั่นไปถึงหน้าบ้านก็ตะโกนเรียกแก้ว เพราะแก้วลงมาเปิดประตูทั้งคู่กอดกันกอดกัน เสร็จพงษ์ก็รีบเดินขึ้นไปดูลูก คงมีเวลากอบโกยความสุขที่ได้อยู่กับลูกเมียแค่ 2 วัน แล้วมันก็ผ่านไปเร็วมาก เช้ามืดคงรีบปั่นจักรยานไปคืนเจ้าหน้าที่แล้ว รีบขึ้นรถไฟฟรีเที่ยวแรกกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์ที่ 11 มีเงินอยู่ 648 บาท ผมก็กลับไปทำงานตามปกติ ปิดร้านพรุ่งก็แวะเซเว่น ซื้อปลากระป๋องช่วงโปรโมชั่น 2 กระป๋อง 30 บาท แล้วเข้า 1 ถุง ต่อมาวันศุกร์ที่ 15 มีเงินอยู่ 526 บาท ระหว่างที่ พงษ์กำลังทำงานเพลิน เฮียก็เดินมาทักพงษ์ว่าวันศุกร์ อารมณ์ดี เป็นพิเศษนะ พงษ์ก็หัวเราะตอบ พอปิดร้าน

พงษ์จะรีบกลับบ้านไปหาลูกกับเมียในวันหยุด และกลับมาทำงานต่อในวันจันทร์ที่ 18 มีเงินอยู่ 410 บาท เลิกงานก็แวะซื้อปลากระป๋องกับข้าว 1 ถุง กลับไปกิน วันพุธที่ 20 พี่ก็อยู่ 319 บาท พงษ์ก็ยังเข้าเซเว่นซื้อปลากระป๋อง วันศุกร์ที่ 22 มีเงินอยู่ 258 บาท พงษ์ก็ยังซื้อปลากระป๋องกิน วันจันทร์ที่ 25 มีเงินอยู่ 142 บาท ผมก็ยังซื้อปลากระป๋อง กินอยู่ วันศุกร์ที่ 27 มีเงินอยู่ 81 บาท พงษ์ยังแวะซื้อปลากระป๋องเซเว่นเหมือนเดิม วันพฤหัสที่ 28 มีเงินอยู่ 50 บาท ก็ยังเป็นปลากระป๋อง เดิมวันศุกร์ที่ 29 มีเงินอยู่ 50 บาท ระหว่างที่พงษ์ยื่นเช็คของอยู่ในร้านอยู่ เฮียก็พูดขึ้นว่าพรุ่งนี้มาทำงานนะ ผมได้ฟังก็เถียงเฮียว่าพรุ่งนี้วันเสาร์ผมหยุด เฮียเลยถามต่อว่า พรุ่งนี้วันที่เท่าไหร่ผมก็ตอบว่า 30  เฮียเลยพูดต่อว่า เงินเดือนน่ะจะเอาไหม พงษ์ได้ฟังก็ดีใจมาก พอปิดร้านเสร็จพงษ์ก็เดินตรงไปที่ร้านข้าวมันไก่ พงษ์เขาตักข้าวมันไก่คำแรกเข้าปากก็น้ำตาไหล เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้กิน พอเช้าพงษ์รีบเข้าไปรับเงินเดือนกับเฮียที่ร้าน พอได้เงินเดือนแล้วผมก็ไปจ่ายค่าห้อง เอาไปคืนพี่นา ที่เขายืมเงินมา แล้วซื้อข้าวไปให้ไว้ที่รถจักรยานขอบคุณเจ้าหน้าที่ จากนั้นผมก็พาครอบครัว ย้ายมาเช่าบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ วันต่อมาผมก็ไปทำงานตามปกติ พอปิดร้านเสร็จผมก็กำลังเดินจะกลับบ้าน แต่ระหว่างทาง เขาก็ไปเจอร้านเกม ที่เขาเคยนอนค้างในคืนแรก เขาเดินเข้าไปนั่งในร้านเกมย้อนคิดถึงคืนแรกที่เขามาที่นี่ แล้วเรื่องราวทั้งหมดจะได้จบลง ก็จบไปแล้วนะครับผมสำหรับเรื่องชีวิต 800 ถ้าเป็นผู้ชมล่ะครับมีเงิน 800 บาทจะอยู่ได้ถึง 1 เดือนไหมครับ คุณผู้ชมอยู่ได้ยังไงก็ช่วยคอมเม้นไว้ด้านล่างด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *