HOT Flix

หลังจากตามขึ้นมาจ่อท้ายรถครอสโอเวอร์รุ่นขายดีอย่าง CR-V ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ แจ้งว่า รถอเนกประสงค์ Haval H6 Hybrid เร่งแซงหน้ารถคู่แข่งในด้านยอดจอง โดยขึ้นครองแชมป์อันดับ 1 ของเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคครอสโอเวอร์ในประเทศไทย ด้วยยอดขายและส่งมอบกว่า 408 คัน ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 34.3 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเดินหน้าสานต่อบริการหลังการขายเต็มรูปแบบให้กับผู้บริโภค ส่วนยอดขายโดยรวมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดโลกในเดือนสิงหาคมและตลอดทั้งปีนี้เติบโตต่อเนื่องจากการเร่งส่งผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดโลก

HAVAL H6 Hybrid SUV รถอเนกประสงค์ไซส์กลางรูปแบบครอสโอเวอร์ ทำยอดขายติดอันดับ TOP3 ในตลาดรถยนต์คอมแพคครอสโอเวอร์ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตามหลังรถเจ้าตลาดอย่าง Honda แค่ 111 คัน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมนั้นเป็นเดือนแรกของการส่งมอบรถภายหลังจากการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในปลายเดือนมิถุนายน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 H6 ที่มีราคาโดนใจลูกค้าไทย สามารถทำยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามียอดขายรวมกว่า 408 คัน ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของเซกเมนต์คอมแพคครอสโอเวอร์ของประเทศไทย

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เผยว่า “ความสำเร็จจากยอดขายของ H6 Hybrid ในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นความภาคภูมิใจ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีผลิตภัณฑ์ที่โดนใจ จนทำให้ขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคครอสโอเวอร์ของประเทศไทยได้สำเร็จภายในระยะเวลา 2 เดือน ความสำเร็จตรงนี้ส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ H6 Hybrid ที่มีราคาไม่แพง และมีรูปแบบที่ตรงกับความต้องการ รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าไทยในการเปิดใจยอมรับในแบรนด์ใหม่ ความเชื่อมั่นในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (xEV) ของเกรท วอลล์ มอเตอร์

สำหรับยอดขายของ HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 408 คัน ในเดือนสิงหาคมนี้ เพิ่มขึ้น 27.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากยอดขายในเดือนกรกฎาคมที่ 320 คัน ส่งผลให้ในเดือนสิงหาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 34.3 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายรวมของรถยนต์คอมแพคครอสโอเวอร์ทั้งหมดในเดือนสิงหาคม จำนวน 1,190 คัน (Honda CR-V / MG HS / Subaru Forester / Mazda CX-8 / Mazda CX-5 / Mitsubishi Outlander PHEV / Peugeot 5008) โดยก้าวขึ้นสู่การเป็นรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเซกเมนต์ ครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 7.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งการตลาดในเดือนกรกฎาคมที่ 26.5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เมื่อรวมกับยอดขาย 320 คัน ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์ HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วกว่า 728 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน
การก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) รวมไปถึงเป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์ในใจคนไทยภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์คอนเซปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งการให้บริการออฟไลน์ผ่าน GWM Store และ Partner Store ทั่วประเทศ และการให้บริการออนไลน์ผ่าน GWM Application
นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคำนึงถึงความสะดวกและผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงได้มีการปรับนโยบายและวิธีการดำเนินการต่างๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างรวดเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาของแคมเปญทางการตลาด รวมไปถึงการให้บริการถึงหน้าบ้านของลูกค้า หรือ Door-to-Door Service ในรูปแบบต่างๆ และล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำเสนอโปรโมชันพิเศษแทนคำขอบคุณให้กับผู้ที่จองรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO ด้วยสิทธิพิเศษในการผ่อนนานกว่า 84 เดือน เริ่มต้นเพียง 13,004 บาทต่อเดือน เมื่อจองและรับรถภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงทำผลงานได้ดีในตลาดโลก ด้วยยอดขายรวมในเดือนสิงหาคมกว่า 74,257 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 12,399 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 81.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายในเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา และจากยอดขายทั้งหมดทั่วโลกในเดือนสิงหาคมนี้ HAVAL H6 ยังคงเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดอยู่ที่ 20,026 คัน รักษาแชมป์ยอดขายรถยนต์เอสยูวีสูงสุดในตลาดจีนได้เป็นเดือนที่ 99 ติดต่อกัน ด้านสถิติยอดขายรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งหมดในปี พ.ศ.2564 มียอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมในปีนี้รวมกว่า 784,023 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 39.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว และจากยอดขายรวมตลอดปีดังกล่าวนี้คิดเป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 86,509 คัน เติบโตกว่า 156.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และคิดเป็น 11% ของยอดขายโดยรวมทั้งหมดในตลาดโลกตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

เหลือแค่งานหลังบ้านที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะต้องทำให้ถูกใจลูกค้าไทย หากบริการหลังการขายสามารถทำให้ลูกค้าไทยพึงพอใจได้ ตัวเลขยอดขายของค่าย GWM ในประเทศไทย ก็จะดีกว่านี้อย่างแน่นอน งานหลังบ้านหลังการขายรถให้กับลูกค้ามีความสำคัญสูงสุด ในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าใหม่คนต่อไป

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *