HOT Flix

การทดสอบสั้นๆ ของ MG5 รุ่นใหม่ ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองประสิทธิภาพของรถรุ่นใหม่ ในสนามทดสอบของ MG การขับ MG5 สั้นๆ ด้วยผังสนามแบบ Gymkhana ทำให้ผมค้นพบมิติใหม่ของความสนุกในราคาไม่เกิน 700,000 บาท ราคาดังกล่าว คุณจะได้รถที่มีด้านหน้าดุดัน อุปกรณ์ภายในไฮเทคและความคล่องตัวในย่านความเร็วต่ำ ใช่ครับ สนามทดสอบของ MG ไปได้ไม่เร็วก็จริง แต่การทดสอบบนผังสนามแบบจิมคาน่า ทำให้สัมผัสกับประสิทธิภาพของช่วงล่าง ชุดบังคับเลี้ยวและยางติดรถอย่างเต็มที่ การเลี้ยวกลับลำได้อย่างว่องไวกลายเป็นจุดเด่นของรถรุ่นใหม่จาก MG อาการในโค้งก็ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการโยนจากโค้งขวาเข้าโค้งยูเทิรน์ด้านซ้าย รถมีการถ่ายเทน้ำหนักที่ใช้ได้ ที่ทำงานเร็วมากก็คือ ระบบรักษาเสถียรภาพและการทรงตัว มันจะเข้ามาแทรกแซงแบบพอดีๆ ไม่มากจนเกินไปกับการตัดกำลังของล้อที่สูญเสียการยึดเกาะ นั่นคือสิ่งที่ MG5 ทำได้ดีสมราคา

ALL NEW MG5 2021 เป็นรถสปอร์ตคูเป้ซีดาน ที่มากับสไตส์โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าดีไซน์ Digital Burning Grille แบบ 3 มิติ มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime Running Light ด้านข้างตัวรถ เน้นเส้นสายที่คมชัดดูสปอร์ต รับกับล้ออัลลอยลายใบพัด 5 ก้าน สีทูโทน ขนาด 17 นิ้ว ส่วนด้านท้ายเป็นแบบคูเป้ท้ายลาด 4 ประตู ชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ Leopard Claw ด้านมิติตัวรถของ ALL NEW MG5 2021 รถซีดาน 4 ประตูสไตล์คูเป้ มีมิติตัวถังยาว​ 4,675 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,480 มม.ระยะฐานล้อ 2,680 มม.

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้ดูกว้างขวาง แผงคอลโซลหน้าดีไซน์แบบ 3D Diamond พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft touch) ในหลายตำแหน่ง เบาะหนังแบบสปอร์ต เบาะปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเฉพาะผู้ขับขี่ จอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android รวมถึงระบบ i-SMART ด้วย ชุดเครื่องเสียงติดตั้งลำโพง 6 ตำแหน่ง กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ กุญแจ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบ Auto Brake Hold ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัลพร้อมช่องแอร์หลังระบบกรองอากาศ PM 2.5 ปิดท้ายด้วยหลังคาซันรูฟเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ในส่วน ระบบ i-SMART ของ All-new MG5 2021 ยังมากับระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด กุญแจดิจิตอล (Digital Key) ที่สามารถสั่งล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์ผ่านสมาร์ตโฟน อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอปพลิเคชัน i-SMART

พวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับค่าได้สามรูปแบบ แสดงออกถึงความตั้งใจในการสร้างรถรุ่นนี้ พวงมาลัยที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ในชุดปั๊ม จะทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อการทำงานด้วยเซนเซอร์สปีดความเร็ว เมื่อปรับค่าไปที่ตำแหน่งสูงสุดของการตอบสนอง สำหรับการขับในสนามทดสอบ ระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของ MG5 ทำให้คุณสามารถควบคุมพวงมาลัยในโค้งมุมแคบ (ด้วยความเร็วที่เหมาะสม) รถจะเลี้ยวไปตามมุมและองศาของพวงมาลัยที่อยู่ในมือของคุณแบบไม่ขาดหรือเกิน ทำให้การควบคุมในย่านความเร็วต่ำมีความง่ายดาย เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการความแม่นยำแน่นอนของพวงมาลัย ส่วนพวกมือเก๋าเก่ามานานแล้ว แค่ขับไปไม่ไกลเท่าไร คุณจะรู้สึกได้ว่า พวงมาลัยของ MG รุ่นนี้ดีกว่าเดิมเยอะมาก รุ่น X ใส่ยาง maxxis ไซส์ 215/45R17 เป็นยางที่มีกริบใช้ได้ ลายดอกยางแบบกึ่งสปอร์ตยึดเกาะกับผิวแทรคทดสอบได้ดี โดยเฉพาะในวันที่แดดจัดแบบนี้ แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ลองตอนฝนตกเพื่อจับอาการขณะวิ่งในสภาวะเปียกชื้น

อันที่จริง เครื่อง 1.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ ก็ไม่ได้มีกำลังมากมายอะไร ใช้ขับแบบเรื่อยๆ ในเมือง หรือขับออกทางไกลด้วยความเร็วที่ถูกต้องตามกฎหมายได้เหมือนกับรถคู่แข่ง สิ่งที่โดดเด่นใน MG5 นอกจากช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าก็คือ ฟังก์ชันการใช้งานไฮเทค คุณจะได้จอภาพที่เปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์ประจำรถคอยรายงานสภาวะต่างๆ แม้กระทั่งข้อความและสภาพอากาศ เบาะนั่งสบายและกระชับใช้ได้เมื่อสาดโค้งแรงๆ โอเวอร์แฮงค์หน้าที่สั้นกุดทำให้รถมีความคล่องตัว รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย โดยเฉพาะหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวออกแนวดุดัน เป็นรถที่แต่งขึ้นโดยไม่ต้องเอาตรา Mercedes-Benz มาแปะให้วุ่นวายอีกด้วย

กำลัง 114 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร อาจไปท้ารบกับใครเขาลำบาก แอบงงว่าสุดท้าย MG ก็หนีเกียร์ CVT ไม่พ้น และนี่ก็เป็นระบบส่งกำลังยอดฮิตของรถราคาประหยัด ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงเท่าเกียร์ทวินคลัตช์ ทดกำลังได้ดีพอใช้และให้ความต่อเนื่องอย่างราบเรียบปราศจากอาการกระตุกกระชาก ข้อดีของ CVT ถ้าขับไม่เร็วคุณก็จะได้ความประหยัดเป็นของแถม สำหรับช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริงโช้คและกันโคลง ส่วนด้านหลังก็ใช้ช่วงล่างสามัญประจำอีโคคาร์อย่างทอร์ชันบีม อาการที่ส่งถ่ายออกมายามหวดเข้าโค้งมุมแคบแรงๆ ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ในวันทดสอบ ผมขับวนไปวนมารอบสนามของ MG นานเกือบครึ่งชั่วโมง เล่นเอายางติดรถสึกตรงขอบไหล่ยางทั้งสี่เส้น แต่ก็ยังแอบมันไม่เลิก เลยลงไปอัดต่ออีกสามสี่รอบ ก่อนที่จะสิ้นสุดการทดสอบลงในช่วงเที่ยง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *